ความในใจ

posted on 07 Dec 2015 17:29 by yukinomori

 

*กรุณาใช้วิจารญาณในการอ่าน เนื่องจากผู้แต่งมีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ความคิดในมุมของคนที่มีภาวะซึมเศร้าคนหนึ่งเท่านั้น หากเนื้อหามีความไม่เหมาะสมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย*

 

--------------------------------------------------------------

 

วันนั้นชั้นได้ตัดสินใจเข้าไปปรึกษากับอาจารย์ท่านหนึ่งถึงปัญหาที่ชั้นกำลังเผชิญ......

ชั้นเปิดประเด็นพูดคุยกับอาจารย์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทั้งที่จริงมันขัดกับสิ่งที่อยู่ในใจชั้นอย่างสิ้นเชิง

......ชั้นกำลังเขียนจดหมายลาตาย และเมื่อชั้นเขียนมันเสร็จ ชั้นจะลงมือทำทันที…….

 

               อาจารย์ท่านนี้เป็นอาจารย์สายสังคมศาสตร์ที่สอนวิชาเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองที่ชั้นลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนนี้ ทันทีที่ชั้นบอกว่าปัญหามาจากครอบครัว อาจารย์รับฟังและพาชั้นไปนั่งในห้องของท่าน เพื่อที่ชั้นจะสะดวกใจในการเล่า ท่านบอกว่าไม่ได้มีแค่ชั้นที่มีปัญหานี้ ยังมีเด็กอีกหลายคนที่มีปัญหาคล้ายๆชั้นและเข้ามาปรึกษาอาจารย์ทุกเทอม

 

               ชั้นเติบโตมาในครอบครัวเดี่ยวที่มีพ่อ แม่ และลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างชั้น ลูกคนเดียวที่หลายๆคนมองว่าน่าจะมีความสุข เพราะพ่อแม่มีชั้นเพียงคนเดียวจึงทุ่มเทเลี้ยงดูชั้นได้

               แต่ว่าไม่ใช่...

               ภาพในวัยเด็กที่ชั้นตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ได้ยินเสียงแม่กำลังตำหนิพ่อด้วยน้ำเสียงดุดัน แม้ไม่ใช่การโต้เถียง แต่ชั้นรับรู้ได้ทันทีว่ามีปัญหาระหว่างท่านทั้งสอง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่หลายครั้งที่แม่มักจะทำเสียงดุใส่พ่อ จนตัวชั้นที่อยู่ในเหตุการณ์รู้สึกอึดอัด

               ชั้นเด็กเกินกว่าจะเข้าใจถึงปัญหาของพวกท่าน

               ชั้นเก็บมันไว้ในใจจนกระทั่งชั้นโตพอที่จะเข้าใจ ยิ่งชั้นรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น ชั้นยิ่งรักแม่ ในขณะเดียวกันก็ไม่พอใจในสิ่งที่พ่อทำกับแม่

(ไม่ขอเล่าปัญหาในบ้านนะ เกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆนี่แหละ และอีกหลายๆเรื่อง)

               แม่เป็นผู้นำครอบครัวเลยก็ว่าได้ แต่ด้วยความที่แม่เป็นผู้หญิง ชั้นคิดว่าลึกๆท่านคงอยากได้คนที่เป็นผู้นำ ให้คำปรึกษากับเขาได้ แต่พ่อไม่ใช่

 

               ปัญหาของชั้นอาจจะถูกบ่มเพาะมาจากเหตุการณ์นี้ ชั้นไม่แน่ใจว่าอะไรทำให้ชั้นเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง ทั้งๆที่เป็นคนเก่ง แต่กลับไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดีเท่าที่ควร จึงกลายเป็นกำแพงที่คอยกลั้นระหว่างชั้นกับคนรอบข้าง ยิ่งนานวัน ชั้นยิ่งรู้สึกว่าชั้นแตกต่าง ชั้นเปิดใจกับคนรอบข้างได้ยาก แม้กระทั่งเพื่อนสนิท ชั้นก็ยังรู้สึกว่าทั้งชั้นและเขาก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของซึ่งกันและกันได้ ชั้นกังวลกับสิ่งรอบข้างมากเกินไป จนกระทั่งชั้นเริ่มปรึกษากับจิตแพทย์อย่างจริงจังและได้รับยาคลายความกังวลอย่างสม่ำเสมอ

 

               นั่นคือสิ่งที่ทำให้ชั้นแตกต่างจากคนอื่นหรือ?

 

อาจารย์ปลอบใจชั้น ทุกคนต่างก็มียาประจำตัวของแต่ละคนทั้งนั้น

ชั้นยิ้มให้อาจารย์ แต่มีบางสิ่งที่ชั้นยังไม่กล้าพูดออกไป

 

......ไม่ใช่.......

ชั้นนึกถึงรอยแผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง ชั้นมักทำร้ายตัวเองในวันที่รู้สึกแย่และไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกนั้นได้ มันเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆจนชั้นมีความคิดว่า “ถ้าชั้นหายไปคงจะดี”

 

               บทสนทนาระหว่างชั้นก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ชั้นแปลกใจที่อาจารย์บอกชั้นว่าอาจารย์ก็ดูไม่ออกนะ ถ้าชั้นไม่บอกว่าชั้นเป็นคนขี้กังวล อาจารย์ก็ไม่มีทางรู้หรอก ทั้งๆที่ออกจะยิ้มง่ายขนาดนี้

               ในที่สุดชั้นก็สบายใจและอาจารย์เองก็มีสอนต่อ ชั้นจึงลาท่านและกลับมาที่หอ

สิ่งแรกที่ชั้นทำคือชั้นเผาจดหมายทิ้ง เพราะมันคงไม่มีความจำเป็นแล้ว ชั้นดีใจที่ได้คุยกับอาจารย์ แม้ชั้นจะไม่ได้ระบายความในใจในเรื่องที่อึดอัดออกมาทั้งหมด แต่มันก็ทำให้ชั้นรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมาก

บางทีการได้คุยกับใครสักคนก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น

 

               ทำไมชั้นถึงเขียนจดหมายนั่น?

 

               ความจริงชั้นไม่ได้อยากตายเพียงอย่างใด แค่อยากหลับไปแบบไม่ต้องรับรู้อะไรสัก2-3วันก็คงจะดี เพราะชั้นเหนื่อยกับสิ่งต่างๆรอบตัวชั้น ที่หนักที่สุดคือชั้นรู้สึกแย่กับตัวเองอย่างมาก ชั้นแค่อยากจะกินยานอนหลับมากกว่าปกติสักหน่อยกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

               ชั้นรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าชั้นทำแบบนั้น

               ทั้งยานอนหลับและแอลกอฮอล์ต่างมีฤทธิ์ในการกดประสาท หากได้รับพร้อมกันจะออกฤทธิ์แบบเสริมฤทธิ์และอาจส่งผลให้ระบบหายใจหยุดทำงานได้

นั่นหมายถึงชั้นอาจจะตายก็ได้

               ชั้นถึงเขียนจดหมายถึงทุกคนที่ชั้นรัก แต่ชั้นเพิ่งเขียนได้แค่ฉบับเดียว และชั้นรู้สึกว่าไม่จำเป็นที่จะใช้จดหมายแล้ว

 

               แต่ว่าคนที่อยู่ข้างๆชั้น คนรักของชั้นเอง ในตอนนั้นที่ชั้นกำลังจะเผาจดหมายทิ้ง เขามีสีหน้ากังวลอยู่ไม่ใช่น้อย ชั้นห้ามไม่ให้เขาอ่านเพราะถ้าอ่าน เขาคงหนักใจยิ่งกว่านี้แน่นอน ชั้นจึงเลือกที่จะเผาทิ้งก่อนที่เขาจะได้อ่าน จดหมายฉบับนั้นเป็นจดหมายลาตายที่ชั้นเขียนขึ้นถึงเขาเอง

ไม่ว่าชั้นจะยังอยู่หรือตายไปแล้ว หากเขาอ่านคงรู้สึกไม่ดีแน่ๆ

 

หลังจากที่เผาจดหมายเสร็จ เขาคนนั้นถามชั้น

“เราดูแลเธอไม่ดีเหรอ? ถึงเราจะมีปัญหากัน แต่เราไม่เคยคิดที่จะตายเลยนะ”

ชั้นรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบีบ

“ที่จริงเธอดูแลเราดีนะ เพียงแต่ผิดที่เราเองแหละ ที่ทนตัวเราเองไม่ได้....” ชั้นบอกเขา

 

 

 

                สิ่งที่ชั้นกำลังเผชิญอยู่คือภาวะซึมเศร้า มันยากจะอธิบาย เพราะต่อให้เป็นคนที่ได้ชื่อว่าภาวะซึมเศร้าเช่นเดียวกัน แต่อารมณ์และความคิดก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่สิ่งที่เราเป็นเหมือนกันคือพวกเราจะมีความคิดแง่ลบติดค้างอยู่ในใจนานกว่าปกติ หมอบอกว่าบางคนถูกติ แต่เก็บไปคิดเป็นอาทิตย์ หรือนานเป็นเดือน คือคนที่มีภาวะซึมเศร้า

               ความจริงมันก็มีเส้นบางๆกั้นอยู่ระหว่างคนที่มีภาวะซึมเศร้ากับคนที่ปล่อยวางไม่เป็นนะ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน สิ่งสำคัญคือการที่เราจะขจัดความคิดแง่ลบไปได้อย่างไร แต่สำหรับชั้นมันยากนะ ตอนนี้ขอพึ่งยาไปก่อน และหลังจากผ่านความคิดที่จะฆ่าตัวตายครั้งแรกมาได้ ทำให้ชั้นรู้ว่ายาช่วยได้เพียงชั่วคราว ถ้าอยากดีขึ้น เราต้องเข้มแข็ง บางทีอาจจะต้องเปลี่ยนชีวิตประจำวัน เปลี่ยนความคิด

               สำหรับชั้นในตอนนี้ พฤติกรรมบำบัดคงเป็นทางออกให้ชั้นได้ หากชั้นยังติดอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ สถานการณ์เดิมๆ ความคิดชั้นก็ไม่มีทางเปลี่ยน และชั้นก็ไม่มีทางหาย

 

 

Comment

Comment:

Tweet